|
|
|
MAR.09.08 ไม่ได้ Up-di เลย ครับ เพราะขี้เกียจ บวกกับ ชีวิตในแต่ละวันที่มันเหมือนเดิมเป็น pattern เลย บ้าน-> ที่ทำงาน -> สนามเทนนิส เสาร์ อาทิตย์ อาจจะมีบ้างที่ได้ไปนั่นนี่ แล้วแต่.. จะมีใครมาหาและก็ตะล็อกต๊อกต๋อยไปด้วยกัน มีข้อแม้ว่าต้องกลับมาตีเทนนิสให้ทันในตอนเย็น เฉกเช่นวันนี้ที่ขลุกอยู่กะลูก ๆ ครึ่งค่อนวัน อิอิ... ลูกคนนี้แหละครับ...น้องบัวชมพู พอเข้าสู่ฤดูหนาว เธอก็จะพักตัวยาวตลอดช่วงฤดูหนาว ก่อนที่น้องบัวชมพูจะมาอยู่กับเรา เธออาศัยอยู่ที่ชายกว๊านพะเยา เธอเป็นบัวไทย ที่ชาวบ้านปลูกเป็นอาชีพเพื่อตัดดอก และ เก็บฝักไปขาย น้องบัวชมพูปลูกง่ายมากครับ แต่ออกดอกบานอวดความสวยงามได้ประมาณ 3 วัน กลีบดอกก็จะร่วง เหลือฝักอ่อน และก็จะเริ่มแก่ พร้อมกับขนาดของฝักที่ใหญ่ขึ้น พอแก่ได้ที่ ก็จะถูกตัดมารับประทานซะ โดยเฉพาะ นู๋น้อยสองคนนี้ น้องฟ้าใส & น้องน้ำฝน น้องบัวชมพูช่วงที่พักตัวเข้าใจว่าเหมือนกบจำศีลน่ะครับ เพราะเมื่อวานเปลี่ยนกระถางให้ใหม่...อึ้ง เลยครับ เอามือล้วงเข้าไปในกระถาง เอ๊ะ ! อารัยหว่า เจอของแข็งกลม ๆ ยาวประมาณ 5-6 นิ้ว ก็คิดว่า คงเป็นเศษกิ่งไม้ที่ติดมากะดินตอนปลูกน้องบัวชมพู แต่นึกไปนึกมา ตอนปลูกก็มีแค่ดินกะเติมน้ำ ก็พลิกดู...หนักมากครับ เห็นท่อนกลม ๆ สีเหลือง ก็ถึงบางอ้อเลย..รากบัวนั่นเอง ที่อึ้งเพราะ ไม่เคยเห็นที่มันติดอยู่กับลำต้นน่ะครับ เห็นแต่ที่เขาตัดมาขาย ตามตลาด, supermarket ( makro ) ไม่มีรูปให้ชมครับ เพราะอยู่บ้านคนเดียว ทำคนเดียว เลอะเทอะเปื้อนดินเปื้อนโคลนไปหมด มีความสุขและชอบมากครับเวลาอยู่กับต้นไม้ ดอกไม้ ที่เราปลูก ตกแต่ง ตัดนั่น ดัดนี่ รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ยังไม่แก่นะครับ ( ป่าวร้อนตัวนะคับ ) เพราะ ส่วนมากที่ได้ยินมาว่า คนที่ชอบปลูก ดูแล ต้นไม้ มักจะเป็นคนแก่ ป่าวเลยครับ ไม่เกี่ยวกับวัยเลย ขอบอก... วันนี้แค่น้องบัวชมพูครับ คราวต่อไปมีลูก ๆ ของผม อีกเพียบ จะเอามาให้ชมว่า อย่างเรา ๆ วัยเอ๊าะ....555 ! เอิ๊ก ๆ มีลูกมากขนาดไหน และเพราะอารัย..... วุ่นกับน้องบัวชมพูจนเกือบถึงบ่ายสี่โมง ก็ถึงเวลาเราบ้างล่ะ อาบน้ำแต่งตัว เตรียมไปตีเทนนิส จะว่าไปแล้ว วันนี้ อากาศดูขมุกขมัว ไม่ร้อนเท่าไหร่ แต่ฝนเริ่มตั้งเค้าแล้ว 16.30 น.ไปตีเทนนิส เล่นไป 1 เซ็ต เริ่มเซ็ตที่ 2 ไปได้เพียง 4 เกมส์ สกอร์ 2 : 2 ต้องเป็นอันยุติ พระพิรุณโปรยปรายซะแล้ว...พากันโกยเข้าศาลาข้างสนาม หลบฝนอยู่พักนึงประมาณ 20 นาที ฝนหยุดตก ก็แยกย้ายกันกลับบ้านเพราะเล่นต่อไม่ได้แล้ว สนามมีน้ำขังอยู่เต็ม ถ้าคนเยอะอาจจะพากันเช็ดสนามเล่นต่อ แต่ไม่ไหวครับงานนี้ กลับบ้านดีกว่า...ที่ว่า เช็ดสนามเล่นนั้นเป็นกันจริง ๆ นะครับ และเป็นบ่อย ในช่วงฤดูฝน บางคนนะบ้านยังไม่เคยกวาด หรือถูเลย แต่พอมาตีเทนนิส ขมีขมันมากเลยเช็ดซะสนามเปียกอยู่ กลับกลายเป็นแห้งในพริบตา พร้อมกับบ่นว่า... บ้านยังไม่เคยถูเลย เห็นป่ะ ว่าเป็นไปได้ >_< คิดอยู่ว่ากลับบ้านหรือว่าไปตลาดดี...ไปตลาดดีฝ่า อยากทานสลัดผลไม้ + สลัดทูน่า ก็ควบมอไซค์ไปตามถนนธนาลัยก่อนถึง สี่แยกธนาคารอมสิน ชะแว้บเห็นดวงอาทิตย์หลังฝนตก กำลังตกดิน (sun set) สวยมาก คือถ้ามองผ่านไปตามถนน สองข้าง มีตึก ร้านรวงมากมายและเบื้องหน้ามีดวงอาทิตย์กลมโต สีแดงอ่อน ๆกอปรกับเป็นช่วงเย็นหลังฝนตก รถราก็ไม่มากนัก รถติดไฟแดงมุมที่จะถ่ายรูปไม่มี เพราะไม่เห็นดวงอาทิตย์ก็เลยวนมอไซค์อีกรอบ ออกข้าง KTB Bank มาจอดที่แบงค์กรุงเทพ แต่มะทันเสียแร้วววว ดวงอาทิตย์ไม่กลมโต มันหายไปครึ่งดวงและอ่อนแสงเหลือเกิน ลองถ่ายรูปดูแล้ว เห็นดวงอาทิตย์จิ๊ดเดียว ก็เลยไม่เอาดีกว่า สลัดก็ไม่ขาย ถ่ายรูปถนนสายต่าง ๆ หลังฝนตกดีฝ่า งานนี้ขอบอกว่า ขี่มอไซค์ไปถ่ายไปครับ ไม่มีซูมครับ กดอย่างเดียว มือขวาควบคุมรถ มือซ้ายถ่ายรูป ถ้าตามปกติเวลาถ่ายรูปจะใช้สองมือถือกล้อง ปรับโฟกัส กดชัตเตอร์ และปุ่มกดถ่ายรูปจะอยู่ด้านบนขวา งานนี้พลิกให้ปุ่มอยู่ด้านล่างและใช้นิ้วโป้งกดแทน
.อิอิ คิดเหมือนกันนะ ถ้ากล้องหลุดมือตก ที่ทำงาน ต้องได้กล้องใหม่แน่เลย เห่อะ ๆ เห่อะ ๆ เริ่มถนนหน้า KTB Bank ตอนเย็นจะมีกับข้าวสุกขาย ซื้อกลับบ้าน สะดวกสำหรับแม่บ้านพ่อบ้าน ถุงพลาสติก กับเวลาเร่งด่วนในตอนเย็น เรื่อยมาถึงหน้าโรงรับจำนำ ผ่านวัดมุมเมือง ทั้งหมดจะอยู่ในโซนของตลาดสดเทศบาลครับ เรื่อยมาจนเข้าสู่ถนนธนาลัย เลี้ยวซ้ายและขี่มอไซค์มาจนถึงหน้าโรงเรียนสามัคคีฯ ผ่านศาลเจ้า วัดมิ่งเมือง โรงแรมแสนภูจนถึงสี่แยกขัวดำ ตรงสู่ถนนบรรพปราการ ผ่านแหล่งอาหารการกิน ซุปเปอร์มาร์เก็ต หอนาฬิกา เรื่อยมาจนถึงสี่แยกประตูสลี เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนพหลโยธินสายเก่า แหล่ง shopping ไนท์บาร์ซ่า โรงแรม อาหารการกิน ผ่านสถานีขนส่งเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตลาดศิริกรณ์ ผลไม้และดอกไม้นานาชนิด ได้สับปะรดมา 1 ถุง เรื่อยมาถึงสามแยกบรรจบกับถนนบรรพปราการ เลี้ยวซ้าย ยูเทิร์นขวาเพื่อกลับบ้านผ่านร้านรวงล้วนแต่ขายอาหาร ร้านอาหาร ร้านข้าวต้ม ร้านอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ ผ่านโค้งอันตรายหน้าวัดศรีเกิด จอดไฟแดงหน้าตึก itd เลียบกำแพงประตูเมืองเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนพหลโยธินสายใหม่ เส้นทางสายหลักไปแม่จัน-แม่สาย-เชียงแสน ชิดซ้ายเพื่อเข้าทางออก ผ่านร้านฮิมกี่ แบงค์บัวหลวง ข้าวต้มมะลิวัลย์ ทวีเฮง ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ถนนวัดพระนอน ก็จะผ่านโรงแรมนิวมาลีน่า ร้านขายอาหารพื้นเมือง โดยเฉพาะ ลาบไก่ ตรงไปเป็นสามแยกบรรจบกับถนนหนองบัว สองข้างทางก่อนถึงสามแยกด้านซ้ายคือ โรงเรียน เทศบาล 2 (หนองบัว) โรงเรียนประถมในวัยเด็กของผมครับ ขวามือคือวัดเชตวัน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดพระนอน จากสามแยก เลี้ยวขวาประมาณ 500 เมตร ระหว่างทาง ก็ผ่านร้านค้า ซอยก้างบอกไฟ ในอดีตเมื่อผมยังเป็นเด็ก ในซอยนี้จะเป็นทุ่งนา และมีการแข่งขันการจุดบั้งไฟ ก็เลยเป็นที่มาของชื่อซอยนี้ ถัดมาอีกหนึ่งซอยชื่อซอยเพราะมาก สายธาร มีที่มาเหมือนกันครับ ในอดีตซอยนี้เป็นลำคลองครับ สำหรับส่งน้ำไปยังทุ่งนา ปลาชุกชุมมาก ประมาณ 50 เมตรจากปากซอย หรืออยู่ปากซอย มองไปด้านซ้ายจะเห็นบ้านสองชั้นหลังคาสีเขียว รั้วสีขาว บ้านใครหนอ..........หึ ๆ กลับถึงบ้านซะที my home. บ้านของผมเมื่อ......อิอิ เอาเท่าอายุของผมละกัน จะเป็นหลังสุดท้ายที่หลังบ้านติดกับทุ่งนาอันกว้างใหญ่ แต่.... มันก็ผ่านกาลเวลา เปลี่ยนรูปเปลี่ยนโฉม ไปพร้อมกับความเจริญที่มาเยือน จากลำคลองเป็นถนน จากท้องนา เป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ทั้งที่จัดสรรและไม่จัดสรร ภาพอันงดงามในอดีต ถูกเก็บไว้ในความทรงจำอันล้ำค่า อาทิตย์ลับหายจากขอบฟ้า บ่งบอกว่า สิ้นสุดและผ่านไปอีกหนึ่งวัน วันที่ชุ่มฉ่ำกับสายฝน.... .....อาทิตย์ยามเย็น
|
|
|
|
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
|
|
|
| ||||